Frequently Asked Questions
Answers to common questions about JBO Thailand.
01 JBO Thailand ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานใด และการพนันออนไลน์ถูกกฎหมายหรือไม่?
+
JBO ได้รับใบอนุญาตจาก Gaming Curacao ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลการพนันออนไลน์ระดับสากล ใบอนุญาตนี้อนุญาตให้ JBO ให้บริการเดิมพันออนไลน์ในประเทศที่ไม่ได้ห้ามการพนันออนไลน์อย่างชัดเจน ผู้เล่นควรตรวจสอบกฎหมายท้องถิ่นของตนเองก่อนสมัคร.
02 การยืนยันตัวตน (KYC) บน JBO จำเป็นต้องทำอย่างไร และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
+
เมื่อคุณสมัครสมาชิกเสร็จแล้ว ระบบจะขอให้อัปโหลดสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง และเอกสารยืนยันที่อยู่ เช่น บิลค่าสาธารณูปโภคหรือใบแจ้งหนี้ธนาคาร ภายใน 24 ชม. หลังจากอัปโหลด ทีมตรวจสอบจะดำเนินการและส่งอีเมลยืนยันให้ทราบ.
03 JBO รองรับวิธีการฝาก-ถอนเงินอะไรบ้าง และใช้เวลานานเท่าไร?
+
คุณฝากเงินได้ผ่านช่องทาง บัตรเครดิต/เดบิต, การโอนเงินผ่านธนาคาร, PromptPay, TrueMoney Wallet และสกุลเงินดิจิทัล (BTC, ETH, USDT) โดยไม่มีค่าธรรมเนียมฝาก การถอนไปยังบัญชีธนาคารหรือ e‑wallet ใช้เวลา 15-30 นาที และไม่เกิน 24 ชั่วโมงสำหรับกรณีพิเศษ.
04 ขั้นต่ำในการวางเดิมพันกีฬาบน JBO คือเท่าไร และมีข้อจำกัดเรื่องยอดเดิมพันสูงสุดหรือไม่?
+
ขั้นต่ำต่อบิลเดิมพันกีฬาคือ 10 บาท สำหรับกีฬาส่วนใหญ่และสูงสุดจะขึ้นอยู่กับประเภทกีฬาและระดับการแข่งขัน โดยระบบจะแสดงวงเงินสูงสุดในหน้าวางเดิมพันก่อนยืนยัน หากต้องการเดิมพันเกินวงเงินมาตรฐาน คุณสามารถติดต่อฝ่ายสนับสนุนลูกค้าเพื่อขอปรับแต่งได้.
05 JBO มีการแข่งขันอีสปอร์ตให้เดิมพันบนแพลตฟอร์มเกมใดบ้าง?
+
JBO เปิดให้เดิมพันอีสปอร์ตหลากหลายเกม เช่น Dota 2, League of Legends, CS:GO, Valorant, Overwatch และ Rocket League โดยมีตลาดเดิมพันทั้งแบบ Match‑Winner, Map‑Winner, Handicap และ Total Maps ตามที่ปรากฏในหน้าอีสปอร์ตของแอป.
06 หากต้องการหยุดเล่นชั่วคราวหรือตลอดชีวิต ฉันสามารถตั้งค่าการห้ามเล่นเองบน JBO ได้อย่างไร?
+
ในเมนู 'ตั้งค่าบัญชี' คุณสามารถเลือก 'หยุดเล่นชั่วคราว' (Time‑Out) เป็นระยะเวลา 1 ถึง 30 วัน หรือ 'ปิดบัญชีถาวร' (Self‑Exclusion) ซึ่งจะปิดการเข้าถึงทั้งหมดจนกว่าจะติดต่อฝ่ายสนับสนุนเพื่อยืนยันตัวตนอีกครั้ง การตั้งค่านี้จะมีผลทันทีและไม่สามารถยกเลิกระหว่างระยะเวลาที่กำหนดได้.